share line share line

วัดคอนเซ็ปชัญ (Conception Church)

ที่ตั้ง : 167 ซอย สามเสน 11 แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300

ประวัติความเป็นมา

          วัดคอนเซ็ปชัญ นับเป็นโบสถ์คริสต์นิกาย โรมันคาทอลิกที่มีความเก่าแก่ที่สุด มีประวัติยาวนานมา ตั้งแต่ครั้งสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นสมัยที่ มีชาวโปรตุเกสเข้ามาทําการค้าขายในกรุงศรีอยุธยาเป็น จํานวนมาก บางส่วนที่เข้ามารับราชการทั้งฝ่ายทหารและ พลเรือน โดยฝ่ายทหารได้ทําการรบในสงครามจนมีความ ขอบหลายครั้งหลายคราว พระองค์จึงพระราชทานที่ดิน ให้ชาวโปรตุเกสที่ร่วมรับราชการทําสงครามให้กับพระองค์ เพื่อให้ตั้งเป็นวัดได้โดยสะดวกใจ ในราวพุทธศักราช 2217 พระสังฆราชหลุยส์ ลาโน (Louis Lano) เป็นบุคคลสําคัญ ที่รับพระราชทาน หลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏว่ามีการกล่าวถึง ในที่ใดๆ เลย จนกระทั่งพุทธศักราช 2325 มีการกล่าวใน พระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ 1 ว่า พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้ชาวเขมร 500 คน ที่หลบหนีภัยจากเขมรมาอยู่รวมกับชาวโปรตุเกส ในหมู่บ้านนี้เท่านั้น และตั้งแต่นั้นมาก็เรียกหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านเขมร”

          ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีพระราช ประสงค์ให้จัดซื้อปืนใหญ่จากต่างประเทศ มาไว้ใช้ในราชการให้เพียงพอ จึงโปรด เกล้าฯ ให้ชาวโปรตุเกสในหมู่บ้านวัด คอนเซ็ปชัญสามเสนนี้ สั่งซื้อเข้ามาเป็น จํานวนมาก แต่เพราะปืนใหญ่ที่ซื้อมา ใหม่นั้น ต่างจากปืนใหญ่เก่าที่มีอยู่ จึง หาผู้สันทัดยิงปืนใหญ่ชนิดนี้ให้แม่นยํา ได้ยาก จึงโปรดให้ทดลองยิงที่ปากอ่าว แม่น้ำเจ้าพระยา โดยใช้โอ่งขนาดใหญ่ ลอยเป็นเป้า ไม่ปรากฏว่ามีใครยิงถูก ต่อมามีเขมรผู้หนึ่ง ชื่อ “แก้ว” เคยได้ รับการสั่งสอนให้ยิงปืนชนิดนี้มาจาก ชาวโปรตุเกส ได้ยิงถวายทอดพระเนตร ปรากฏชัดว่านายแก้วสามารถยิงปืนได้ อย่างแม่นยํา จึงมีพระราชดําริตั้ง “กรม ทหารฝรั่งแม่นปืนใหญ่” ขึ้นกรมหนึ่ง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นาย แก้วเป็นที่พระยาวิเศษสงครามรามภักดี จางวางกรมทหารฝรั่งแม่นปืนใหญ่ และ เป็นหัวหน้าดูแลชาวหมู่บ้านคอนเซ็ปชัญด้วย

          จนกระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีเหตุที่ไทยต้อง รบกับญวนอยู่หลายปี พระยาวิเศษ สงครามรามภักดี (แก้ว) ได้ไปในราชการ สงครามฉลองพระเดชพระคุณจนสุด ความสามารถ ครั้งนั้นมีญวนคลององเจืองและญวนเมืองโจดก บรรดาที่นับถือศาสนาเดียวกับพระยาวิเศษสงครามรามภักดี (แก้ว) ขอสวามิภักดิ์เข้ามาอยู่ใน ประเทศสยาม พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ถัดบ้านเขมรไปทางเหนือ ภายหลังผู้คนใน บ้านเขมรเกิดทบทวีมากขึ้น ที่อยู่แออัดไม่เพียงพอ พระยาวิเศษสงครามรามภักดี (แก้ว) จึงกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทานขยายเขตหมู่บ้านเขมรออกไปอีก ก็ได้รับพระมหากรุณาตามที่กราบบังคมทูลขอ เขตบ้านจึงขยายกว้าง ออก คือทิศเหนือจดวัดราชผาติการาม (วัดส้มเกลี้ยง) ทิศใต้จดวัดราชาธิวาส (วัดสมอราย) ทิศตะวันออกติดถนนสามเสน ทิศตะวันตกจดแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนพวกญวนก็ขยับจากที่เดิมไปตั้งเคหสถานทางด้านเหนือ และต่อมาก็ได้สร้างวัดขึ้นอีก วัดหนึ่ง คือ “วัดนักบุญฟรังซิสเซเวียร์” อยู่ในบริเวณเดียวกันด้วย

          วัดคอนเซ็ปชัญมีวัตถุอันล้ำค่าที่สุด คือ รูปสลักพระแม่เจ้าพระนางมารีอา มีขนาดสูงประมาณ 100 เซนติเมตร แกะสลักด้วยฝีมือประณีตบรรจง และลงรักปิดทองสวยงามหาที่ติมิได้ ซึ่งชาวเขมร
ที่อพยพมาคราวนั้น ได้อัญเชิญพระรูปสลักดังกล่าวเข้ามาด้วย และได้ประดิษฐานพระรูปนั้นไว้ในวัด คอนเซ็ปชัญเพื่อเป็นที่เคารพสักการะของคนในหมู่บ้านนั้น ลักษณะสถาปัตยกรรม
โบสถ์คอนเซ็ปชัญ
มีความโดดเด่นในด้านงานสถาปัตยกรรมกว่าโบสถ์ทั่วไป เนื่องจากเป็นโบสถ์ที่ผสม ผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมไทยและฮอลันดา หรือที่เรียกว่า “วิลันดา” ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมในสมัยอยุธยา ตอนปลายจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีลักษณะคือใช้ระบบผนังรับน้ำหนัก มีเสาไม้รับโครงของหลังคาแบบ ไทย และตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น ซึ่งโดยมากจะเป็นลายเทศ เลียนแบบฝรั่งโดยลดลายเส้นกนกออกไป จน ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดได้มีการเพิ่มเติมส่วนของหอระฆัง (
Bell Tower) โดยมี โจอาคิโนกรัสซี(GioachinoGrassi) สถาปนิกชาวอิตาเลียน-ออสเตรียเป็นผู้ออกแบบซึ่งเป็นการออกแบบหอระฆัง ด้วยสถาปัตยกรรมสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา มีหัวเสาแบบโรมาเนสก์ (Romanesque) รองรับช่วงชั้นต่างๆ ของอาคาร และการวางเป็นซุ้มโค้งแบบโรมัน นับได้ว่าวัดแห่งนี้เป็นการรวมลักษณะสถาปัตยกรรมถึง 3 รูปแบบไว้ด้วยกัน คือ ไทย ฮอลันดา และโรมัน

 

วัดคอนเซ็ปชัญ

ที่ตั้ง : เลขที่ 167 ซอยมิตตคาม ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

หมุดแผนที่ : https://maps.app.goo.gl/wnmE8Veq1UgfKvqT6

ประวัติความเป็นมา : วัดคอนเซ็ปชัญ หรือเดิมชื่อวัดบ้านเขมรสามเสน เป็นวัดคาทอลิกในเขตการปกครองของมิซซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2217 บริเวณชุมชนชาวเขมร ด้านตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้กับวัดราชาธิวาสวิหาร อาคารวัดหลังปัจจุบันเป็นอาคารหลังที่สาม เปิดใช้อย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2381 มีลักษณะผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไทยและสถาปัตยกรรมตะวันตก หรือเรียกว่าอาคารแบบวิลันดา ศาสนกิจที่จัดขึ้นเป็นประจำสม่ำเสมอ ได้แก่ การประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ (มิสซา) และพิธีศีลศักดิ์สิทธิ์ตามหลักศาสนา การสอนคำสอน และการประกอบพิธีกรรมในวันสำคัญทางศาสนาหรือวาระสำคัญต่าง ๆ มีคริสตชนเข้าร่วมศาสนกิจเดือนละประมาณ 17,000 คน

ฐานะทางกฎหมาย : เป็นวัดคาทอลิกลำดับที่ 1 ตามบัญชีที่ 1 แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยลักษณ ฐานะของวัดบาดหลวงโรมันคาทอลิกในกรุงสยาม ตามกฎหมาย โดยได้รับการประกาศรับรองฐานะทางกฎหมาย ตามประกาศกรมการศาสนา เรื่อง วัดคาทอลิกตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยลักษณ ฐานะของวัดบาดหลวงโรมันคาทอลิกในกรุงสยาม ตามกฎหมาย ฉบับลงวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 และประกาศลงใน
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนที่ 22 ง หน้า 1 วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2567

ลิงก์ใบประกาศรับรอง : https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/13088.pdf