วัดพระสิงห์ พระอารามหลวง
ที่ตั้ง : ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย เชียงราย 57000
ประวัติความเป็นมา
เป็นวัดโบราณตั้งเต็ม สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ามหาพรหม พระอนุชาของพระเจ้ากือนา เจ้าเมืองเชียงใหม่ สมัยที่ได้มาครองเมืองเชียงราย ระหว่างปี พ.ศ. 1888 - 1943 มูลเหตุที่ชื่อ วัดพระสิงห์ เพราะเคยเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธสิหิงค์” หรือพระสิงห์มาก่อน กรมศิลปากร ได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดพระสิงห์เป็นโบราณสถานของชาติ วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 และยกฐานะเป็นพระอารามหลวง เมื่อพ.ศ. 2536 อยู่ถนนท่าหลวง ใกล้ศาลากลางจังหวัด (หลังเก่า)เต็มเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์องค์ที่ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารลายคํา วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน ตามประวัติเล่าว่า เจ้ามหาพรหมพระอนุชาของพระเจ้ากือนา กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาจากเมืองกําแพงเพชร พระเจ้ากือนา ได้โปรดฯให้ประดิษฐานไว้ ณ เมืองเชียงใหม่ ต่อมาพระเจ้ามหาพรหม ทูลขอยืมพระพุทธสิหิงค์ มาประดิษฐานไว้ที่เมืองเชียงราย เพื่อหล่อจําลอง แต่เมื่อสิ้นบุญพระเจ้ากือนาและพระเจ้าแสนเมือง ราชนัตตาพระองค์ได้เสด็จขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ เจ้ามหาพรหมคีตจะชิงราชสมบัติจึงยกกองทัพ จากเชียงราย ไปประชิตเมืองเชียงใหม่แต่เจ้าแสนเมืองก็สามารถป้องกันเมืองไว้ได้ ทั้งยกทัพ ไปตีทัพเจ้ามหาพรหมมาถึงเชียงราย และครั้งนี้เองที่ทรงอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์คืนกลับไป ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระสิงห์เชียงใหม่สืบมา วัดพระสิงห์แห่งนี้ยังมีรอยพระพุทธบาท จําลองบนแผ่นศิลา สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าเม็งรายมหาราช
สถานที่สําคัญและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด
วัดพระสิงห์มีศาสนวัตถุและโบราณสถานที่ประชาชนให้ความเคารพศรัทธาเดินทางมา สักการะบูชา คือ
พระพุทธสิหิงค์
พระพุทธสิหิงค์ หรือพระสิงห์สำริดปิดทองศิลปะล้านนา แบบเชียงแสนสิงห์หนึ่ง ปางมารวิชัย พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธปฏิมาศิลปะล้านนาไทย สร้างใน พุทธศตวรรษที่ 21 ชนิด สำริดปิดทอง
พระอุโบสถ
พระอุโบสถสร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 1251 - 1252 ปีฉลู-ปีขาล เดือน 8 ขึ้น 12 ค่ำ วันเสาร์ เวลา 12.00 น. ต่อมามีการบูรณะประมาณ พ.ศ. 2432 ถึง พ.ศ. 2433 รูปทรงเป็น สถาปัตยกรรมแบบล้านนาไทยสมัยเชียงแสน โครงสร้างเต็มเป็นไม้เนื้อแข็ง และได้รับการ บูรณปฏิสังขรณ์ให้มีสภาพสมบูรณ์ และสวยงามยิ่งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2504 และครั้งที่ 2 เมื่อพ.ศ. 2533
พระเจดีย์
พระเจดีย์เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาไทย เชื่อว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน กับพระอุโบสถ มีการบูรณะใหม่ในปีพ.ศ. 2492 และบูรณะอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2533 แต่เต็มทาสีขาว ปัจจุบันทาสีทองเด่นเป็นสง่า ประดิษฐานอยู่ที่ศตะวันตกชิดด้านหลังพระอุโบสถ