วัดกาลหว่าร์ (วัดแม่พระลูกประคำ) (Holy Rosary Church)
ที่ตั้ง : 1318 ซอยวานิช 2 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
ประวัติความเป็นมา
วัดกาลหว่าร์ หรือวัดแม่พระลูกประคํา วัด เก่าแก่ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กรุงรัตนโกสินทร์ เป็นวัดนิกาย โรมันคาทอลิกเดิมตั้งอยู่บริเวณตลาดน้อยซึ่งเป็นที่ตั้งของ ชุมชนชาวโปรตุเกสที่อพยพมาจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อคราว เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 แต่ยังไม่ได้สร้างศาสนสถานเพื่อ ใช้ในการประกอบพิธีกรรม จนล่วงเข้าสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาล ที่ 1 พระราชทานที่ดินบริเวณนี้ให้สร้างเป็นวัดเพื่อประกอบ กิจของศาสนาได้ ชาวโปรตุเกสจึงได้ร่วมกันสร้างวัดแห่งนี้ ขึ้นมาพร้อมๆ กับการสร้างโบสถ์ในยุคแรก และด้วย มีกางเขนตั้งอยู่ที่สุสานบริเวณด้านหลังของวัด จึงเรียกกันตามชื่อของเนินเขาที่พระเยซูถูกตรึงกางเขนว่า “กัลวารีโอ” และเพี้ยนมาเป็น กาลหว่าร์ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้มีการสร้างโบสถ์ ใหม่เป็นแบบก่ออิฐถือปูนอย่างสวยงามและเปลี่ยนชื่อใหม่ เป็นวัดแม่พระลูกประคํา แต่ชาวบ้านก็ยังเรียกติดปากเช่น เดิมว่ากาลหว่าร์ สิ่งสําคัญที่มีค่าของวัดแห่งนี้ ได้แก่ “รูป แม่พระลูกประคํา” และ “รูปพระศพพระเยซูเจ้า" ที่เป็น ทรัพย์สมบัติเก่าแก่ของชาวโปตุเกสนํามาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยทั้งหมดนี้ยังคงเก็บรักษาและใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา มาจนถึงปัจจุบัน
ลักษณะสถาปัตยกรรม
โบสถ์กาลหว่าร์หลังปัจจุบันสร้างขึ้นในพุทธศักราช 2434 ขณะนั้นคุณพ่อเอเตียน บาร์เทโลมี แดส์ซาลส์ (Etienne Barthelemy Des Sales) บาทหลวงชาวฝรั่งเศสเป็นอธิการอยู่ เป็นโบสถ์หลังที่ 3 ที่สร้างขึ้นทดแทนโบสถ์หลังก่อน ๆ ของวัดที่ถูกเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในพุทธศักราช 2403 ใช้ระยะเวลาการก่อสร้างถึง 7 ปี จนแล้วเสร็จและทําพิธีเสกวัดใหม่ ในพุทธศักราช 2440 โบสถ์หลังนี้เป็นอาคารที่มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรม เนื่องด้วยเป็นอาคารที่เป็นตัวอย่างของงาน สถาปัตยกรรมในรูปแบบฟื้นฟูศิลปะนี้โอโกธิก (Neo Gothic style) เน้นการใช้โครงสร้างทรงแหลมสูง ยอดอาคารและซุ้ม ประตูหน้าต่างเป็นรูปโค้งแหลม (Rose window) ทุกอย่างสูงเพรียวพุ่งขึ้นฟ้าตามความเชื่อที่ว่ายิ่งสูงมากก็แสดงว่าเข้าใกล้ พระเจ้ามากยิ่งขึ้น
ลักษณะผังเป็นแบบกางเขนโรมัน (Roman Cross) หรือละติน (Latin Cross) ขนาดกว้าง 23.03 เมตร ยาว 50.65 เมตร เป็นแบบสมมาตร ตัวอาคารวางตัวยาวตามแนวทิศตะวันออกกับทิศตะวันตก โดยหันหน้าโบสถ์ลงสู่แม่น้ำ เจ้าพระยาทางด้านทิศตะวันตก ภายในผังแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนหน้าเป็นโถงทางเข้า (Narthex) โดยส่วนบนของโถง ทางเข้าเป็นหอระฆัง ส่วนกลางเป็นส่วนของที่ร่วมชุมนุมประกอบพิธีกรรม และส่วนด้านหลังของพระแท่นเป็นส่วนเก็บของ ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในพิธีกรรม ที่เรียกว่า ซาคริสเตียน (Sacristia) เป็นที่ตั้งของพระแท่นหินอ่อน เหนือพระแท่นมีพระรูปจําลอง ขนาดใหญ่ของแม่พระและพระกุมาร และกําลังมอบสายประคําให้นักบุญดอมินิกแห่งโอสมา (Saint Dominic of Osma) และนักบุญกาเตรีนาแห่งซีเอนา (Saint Catherine of Siena) ถัดมาทางมุขด้านหน้าบริเวณพระแท่นนั้นมีพระแท่นเล็ก ตั้งไว้ตรงกันในมุข 2 ด้าน โดยบริเวณเหนือพระแท่นเล็กด้านใต้ เป็นพระรูปพระหฤทัยของพระเยซู และด้านเหนือเป็น รูปนักบุญโยเซฟ (Saint Joseph) ทั้ง 3 ส่วนรวมอยู่ในโครงสร้างของอาคารเดียวกัน ภายในโบสถ์เป็นโถงโล่ง มีเสาลอย 2 คู่ คืออยู่ในแนวห้องแรกสําหรับรับพื้นบริเวณนักขับชั้นลอย 1 คู่ และบริเวณหน้าพระแท่น 1 คู่ ตามช่องหน้าต่างประดับ ประดาด้วยกระจกสี (Stain glass) เป็นเรื่องราวในพระคัมภีร์
นอกจากนั้นตามผนังยังมีรูปปั้นนักบุญต่างๆ และรูป 14 สถานในพระทรมานของพระเยซูประดับไว้โดยรอบ ถือเป็น โบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์ สันนิษฐานว่าเป็นผลงานออกแบบสถาปัตยกรรมของนายโจอาคีโน กรัสซี (Gioachino Grassi) สถาปนิกชาวอิตาเลียน-ออสเตรีย ผู้มีผลงานโดดเด่น ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
วัดแม่พระลูกประคำ (กาลหว่าร์)
ที่ตั้ง : เลขที่ 1318 ซอยวานิช 2 ถนนโยธา แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
หมุดแผนที่ : https://maps.app.goo.gl/BDuUt7fPxr9zgdN1A
ประวัติความเป็นมา : วัดแม่พระลูกประคำ (กาลหว่าร์) หรือเดิมชื่อวัดบาทหลวงตลาดน้อย เป็นวัดคาทอลิก
ในเขตการปกครองของมิซซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ และเป็นวัดคาทอลิกแห่งแรกที่สร้างขึ้นในสมัย
กรุงรัตนโกสินทร์ สร้างครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2331 โดยกลุ่มชาวคริสตังโปรตุเกสที่แยกออกมาจากวัดซางตาครู้ส วัดหลังปัจจุบันเป็นหลังที่ 3 สร้างเมื่อ พ.ศ. 2433 มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิก (Neo-Gothic architecture) โดยอาคารวัดหลังนี้ได้รับพระราชทานรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นจากสมเด็จพระกนิษฐา
ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ ศาสนกิจที่จัดขึ้นเป็นประจำสม่ำเสมอ ได้แก่ การประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ (มิสซา) และพิธีศีลศักดิ์สิทธิ์ตามหลักศาสนา การสอน
คำสอน และการประกอบพิธีกรรมในวันสำคัญทางศาสนาหรือวาระสำคัญต่าง ๆ มีคริสตชนเข้าร่วมศาสนกิจเดือนละประมาณ 40,000 คน
ฐานะทางกฎหมาย : เป็นวัดคาทอลิกลำดับที่ 4 ตามบัญชีที่ 1 แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยลักษณ ฐานะ
ของวัดบาดหลวงโรมันคาทอลิกในกรุงสยาม ตามกฎหมาย โดยได้รับการประกาศรับรองฐานะทางกฎหมาย ตามประกาศกรมการศาสนา เรื่อง วัดคาทอลิกตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยลักษณ ฐานะของวัดบาดหลวงโรมันคาทอลิกในกรุงสยาม ตามกฎหมาย ฉบับลงวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 และประกาศลงใน
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนที่ 22 ง หน้า 4 วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2567
ลิงก์ใบประกาศรับรอง : https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/13178.pdf