อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล (จันทบุรี) (Cathedral of the Immaculate Conception)
ที่ตั้ง : เลขที่ 110 หมู่ 5 ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 22000
หมุดแผนที่ : https://maps.app.goo.gl/ecZQuHrs7DVYNNcP9
ประวัติความเป็นมา : อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล (จันทบุรี) หรือเดิมเรียก สถานวัดบาทหลวง จันตบูน เป็นอาสนวิหารประจำมิซซังโรมันคาทอลิกจันทบุรี สร้างขึ้นครั้งแรกใน พ.ศ. 2273 อาคารอาสนวิหารหลังปัจจุบันเป็นวัดหลังที่ 5 สร้างเมื่อ พ.ศ. 2449 มีพิธีเสกและเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2452 เป็นสถาปัตยกรรมนีโอกอทิก (Neo-Gothic) โดยด้านหน้ามีหอสูงยอดกางเขนขนาบ เพดานภายใน รูปทรงคล้ายท้องเรือโบราณ ได้รับรางวัลพระราชทานอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น ใน พ.ศ. 2542 ภายในยังประดิษฐานประติมากรรมรูปแม่พระ สร้างด้วยเงินแท้ ประดับด้วยอัญมณีแซฟไฟร์ ทองคำแท้ และพลอยประมาณ 200,000 เม็ด มีจิตรกรรมและประติมากรรมปูนปั้นนูนต่ำเป็นภาพนักบุญอัครสาวก สัญลักษณ์และเหตุการณ์สำคัญทางศาสนา พรรณพฤกษาท้องฟ้า เป็นต้น ศาสนกิจที่จัดขึ้นเป็นประจำสม่ำเสมอ ได้แก่ การประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ (มิสซา) และพิธีศีลศักดิ์สิทธิ์ตามหลักศาสนา การสอนคำสอน และการประกอบพิธีกรรมในวันสำคัญทางศาสนาหรือวาระสำคัญต่าง ๆ มีคริสตชนเข้าร่วมศาสนกิจเดือนละประมาณ 5,300 คน
ประวัติความเป็นมา (ต่อ) : อาสนวิหารแห่งนี้นับเป็นวิหารประจํามิสซัง โรมันคาทอลิก ที่อยู่คู่ชุมชนชาวจันทบูรมาช้านาน นับตั้งแต่ สมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 9 (สมเด็จพระเจ้าท้ายสระ) วิหารแห่งแรกได้สร้างขึ้นโดยกลุ่มชาวญวน 130 คน ที่หนี การเบียดเบียนคริสต์ศาสนิกชนในประเทศเวียดนาม เข้า มาตั้งรกรากในพุทธศักราช 2245 โดยมีบาทหลวงเฮอด โตแลนติโน (Huette Tolentino) เป็นผู้ดูแลกลุ่มชาวญวน เหล่านี้ และได้ทําการก่อสร้างวิหารหลังแรกขึ้นในระหว่าง พุทธศักราช 2273 – 2255 ต่อมาได้เกิดเหตุไม่สงบในหมู่บ้านทําให้คริสตชน บางส่วนเดินทางออกจากหมู่บ้าน ทิ้งวิหารจนเสื่อมโทรมจนมีการสร้างวิหารใหม่เป็นหลังที่ 2 ในพุทธศักราช 2295 โดยบาทหลวงเดอก๊วนา (De Cauna) ในสมัยบาทหลวง มัทเทียโด (Mathias Do) เป็นอธิการโบสถ์ ได้สร้างวิหาร อีกครั้งเป็นหลังที่ 3 โดยได้ย้ายมาตั้งในบริเวณที่ตั้งปัจจุบัน (ฝั่งตะวันออก)ในพุทธศักราช 2373ในสมัยบาทหลวงรังแห่ง (Ran Faing) เป็นเจ้าอาวาสได้สร้างวิหารใหม่เป็นหลังที่ 4 ใน พุทธศักราช 2398 และวิหารหลังที่ 5 ซึ่งเป็นหลังปัจจุบัน ได้สร้างขึ้นโดยคุณพ่อเปรีกาล โดยได้ทําพิธีเสกศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 6 มกราคม พุทธศักราช 2449
ลักษณะสถาปัตยกรรม : ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบโกธิก (Gothic Style) ซึ่งจําลองแบบมาจากโบสถ์น็อตเตอร์ดามใน ประเทศฝรั่งเศส เป็นโบสถ์ขนาดใหญ่มีความยาว 60 เมตร กว้าง 20 เมตร ภายในเป็นห้องโถงโล่งขนาดใหญ่ ตกแต่งอย่างสวยงาม เพดานสร้างเป็นรูปท้องเรือ (เรือโนอาห์) บานหน้าต่างทรงสูงยอดโค้งแหลมประดับกระจก ลวดลาย มีบันไดเวียนไม้ขึ้นไปที่ชั้นลอย ตรงกลางพระแท่นมีไม้กางเขนประดิษฐานอยู่ตรงกลาง นอกจากนี้ยังมี ภาพกระจกสีเป็นรูปของนักบุญองค์ต่างๆ ในศาสนาคริสต์ ติดอยู่บริเวณเหนือพระแท่นบูชา และเหนือหน้าต่าง ทั้งทางด้านขวาและด้านซ้ายของโบสถ์ เดิมวิหารติดยอดแหลมบริเวณหอระฆังทั้ง 2 หอ แต่ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ในพุทธศักราช 2483 รัฐบาลได้มีคําสั่งให้รื้อออกด้วยเหตุผลว่าจะเป็นเป้าทิ้งระเบิดจากเครื่องบินรบ ภายหลังได้นํายอดโดมมาใส่อีก ครั้งในพุทธศักราช 2552 เนื่องในโอกาสฉลองอาสนวิหารพระนางมารีอา ปฏิสนธินิรมล 100 ปี รูปเคารพสําคัญภายในวิหาร ได้แก่ พระนางมารีอาประดับพลอย มีความสูง 1.20 เมตร วัสดุที่นํามา สร้างประกอบด้วยทองคําบริสุทธิ์ เงินบริสุทธิ์ และพลอยบริสุทธิ์จํานวนกว่า 2 หมื่นกะรัต กว่า 200,000 เม็ด เพื่อเทิดพระเกียรติให้เหมาะสมกับแม่พระ ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์และสง่างาม ให้ผู้พบเห็นได้เกิดความเลื่อมใสศรัทธา และเป็นอนุสรณ์แก่อนุชนรุ่นหลัง และวิหารแห่งนี้ได้รับรางวัลอนุรักษ์อาคารดีเด่น ประจําปี 2542 จากสมาคม สถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์
ฐานะทางกฎหมาย : เป็นวัดคาทอลิกลำดับที่ 39 ตามบัญชีที่ 1 แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยลักษณ ฐานะของวัดบาดหลวงโรมันคาทอลิกในกรุงสยาม ตามกฎหมาย โดยได้รับการประกาศรับรองฐานะทางกฎหมาย ตามประกาศกรมการศาสนา เรื่อง วัดคาทอลิกตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยลักษณ ฐานะของวัดบาดหลวงโรมันคาทอลิกในกรุงสยาม ตามกฎหมาย ฉบับลงวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนที่ 22 ง หน้า 38 วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2567
ลิงก์ใบประกาศรับรอง : https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/13197.pdf