share line share line

มัสยิดกูวติลอิสลาม (สุเหร่าตึกแดง)

ที่ตั้ง : 656 ซอยหลังสวนสมเด็จย่าฯ ถนนสมเด็จ ตำบลแขวงคลองสาน  อำเภอเขตคลองสาน จังหวัดกรุงเทพฯ 10600

ประวัติความเป็นมา

          มัสยิดกูวติลอิสลามหรือสุเหร่าตึกแดง เดิมคือ สํานักงานพระคลังสินค้าของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหา พิชัยญาติ (ทัด บุนนาค) ซึ่งมีลักษณะเป็นตึกก่อด้วยอิฐมอญ สีแดง จึงเรียกย่านชุมชนนี้ว่าย่านตึกแดง บริเวณนี้เป็นที่ตั้ง ของชุมชนมุสลิม และพ่อค้าอินเดียจากเมืองสุรัตที่เดินทาง เข้ามาค้าขายและเช่าบ้านทําการค้าอยู่ที่ตึกแดงริมแม่น้ำ เจ้าพระยา หลังวัดอนงคาราม
ทําการค้าขายผ้าทอลิ้นเงิน ดิ้นทอง และช่วยราชการกรมพระคลังสินค้าด้านแปลภาษา ต่างประเทศ ต่อมาสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ ได้บริจาคที่ดินประมาณ 1 ไร่ ให้กับมุสลิมในชุมชนนี้ พร้อมกับ ยกอาคารตึกแดงให้เป็นสุเหร่า ด้วยเห็นว่ามุสลิมที่ตั้งถิ่นฐาน อยู่ในบริเวณนี้ไม่มีมัสยิดสําหรับปฏิบัติศาสนกิจ ต้องเดิน ทางไปที่มัสยิดบ้านสมเด็จ ซึ่งหนทางสมัยนั้นเต็มไปด้วย
ป่าสะแก มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นในราวพุทธศักราช 2402 ดังมีอักษรจารึกที่ซุ้มประตูมัสยิดว่าสร้างปีฮิจเราะห์ศักราช 1280 (ประมาณพุทธศักราช 2402) ให้ชื่ออาคารหลังนี้ ว่า “กูวติลอิสลาม” แปลว่า “ความสามัคคีและพลังของ มุสลิม” ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากมุสลิมในชุมชนนี้ประกอบด้วย กลุ่มใหญ่ คือ เชื้อสายปัตตานี ซึ่งมีความสามารถทางการช่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่างทําทอง นาก กับกลุ่มเชื้อสายอินเดีย ซึ่งมีความสามารถในการประกอบธุรกิจค้าขาย ได้ร่วมมือกัน ปรับปรุงและสร้างมัสยิดขึ้น ฉะนั้นในการบริหารมัสยิดแห่งนี้ จึงมีกรรมการสองฝ่าย คือ ผู้บริหารฝ่ายศาสนกิจ เป็นมุสลิม เชื้อสายจากไทรบุรี อิหม่ามท่านแรกคือ ฮัจญีมูสําหมัดยูซุป อัลมะหูดาวีส่วนผู้บริหารฝ่ายธุรกิจเป็นทางสายอินเดีย ท่าน แรก คือ ฮัจญบาย นานา

          มัสยิดกวติลอิสลามหรือสุเหร่าตึกแดงมีความสําคัญและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปะและ สถาปัตยกรรม จึงได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสําคัญของชาติ เมื่อวันที่ 30 กันยายน พุทธศักราช 2558 ตามประกาศกรมศิลปากรเรื่องรายชื่อโบราณสถานในเขตกรุงเทพมหานคร เล่ม 135 ตอนพิเศษ 165 ง

          ในชุมชนนี้มีมุสลิมผู้มีบทบาททางด้านการเมืองการปกครองที่มีชื่อเสียงหลายท่าน ได้แก่ นายเล็ก นานา อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวงและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครหลาย สมัย ได้ถวายที่ดินประมาณ 4 ไร่ พร้อมอาคารแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อสร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ด้วยบริเวณ ชุมชนแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในอดีต รวมทั้งนายอารีย์ วงศ์อารยะ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ลักษณะสถาปัตยกรรม

          เป็นอาคารทรงปั้นหยา มีลักษณะผสมผสานระหว่างศิลปะไทย ยุโรป ฝีมือช่างจากไทรบุรี และ สุรัต ทั้งงานไม้ โลหะ งานปูน กระจกและกระเบื้อง